กู้ซื้อบ้าน "กู้ร่วม vs กู้คนเดียว" ข้อดี-ข้อเสียที่คู่รักต้องรู้ ก่อนกู้ซื้อบ้านและคอนโด

กู้ร่วมกับแฟน vs กู้คนเดียว ข้อดี-ข้อเสียที่คู่รักต้องรู้ ก่อนกู้ซื้อบ้านและคอนโด

การมี บ้าน หรือ คอนโด สักหลังเป็นความฝันของคู่รักหลายคู่ แต่เมื่อถึงเวลาต้องยื่นเรื่องธนาคาร คำถามยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นคือ "เราควร กู้ร่วม กับแฟน หรือให้ใครคนใดคนหนึ่ง กู้คนเดียว ดีกว่ากัน?"

เราจะพาไปเจาะลึกทุกประเด็น เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน เพื่อให้คุณและคู่รักวางแผน กู้ซื้อ ที่อยู่อาศัยได้อย่างชาญฉลาดที่สุด
จะเปรียบเทียบกู้ร่วมกับกู้คนเดียวแบบละเอียด เพื่อให้คู่รักที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดสามารถวางแผนได้อย่างมั่นใจ

กู้ร่วมกับแฟนคืออะไร? เหมาะกับการกู้ซื้อบ้านและคอนโดยังไง
กู้ร่วมหมายถึงการยื่นกู้เงินกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินร่วมกัน โดยทั้งคู่เป็นผู้กู้หลักและต้องรับผิดชอบหนี้ร่วมกัน เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากซื้อบ้านหรือคอนโดราคาสูง เพราะแบ่งเบาภาระได้

เงื่อนไขการกู้บ้านร่วมกับแฟน

เงื่อนไขการกู้ร่วมและเป็นหนึ่งในคำตอบสำหรับคำถามที่ว่ากู้ร่วมกับใครได้บ้าง ดังนี้

  • ผู้ขอสินเชื่อต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยสามารถเลือกระยะเวลาผ่อนชำระได้สูงสุด 40 ปี (แต่อายุของผู้กู้ รวมกับระยะเวลาผ่อนชำระสินเชื่อ แล้วจะต้องไม่เกิน 70 ปี)
  • เป็นคู่รักที่จดทะเบียนสมรส
  • ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีหลักฐานยืนยันการแต่งงาน เช่น ภาพถ่าย
  • ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีบุตรร่วมกัน (หนังสือรับรองบุตร)

แต่สำหรับผู้ที่เป็นแฟนกัน แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ จะไม่สามารถทำการขอกู้ร่วมซื้อบ้านได้

กู้ซื้อบ้าน กู้ร่วม vs กู้คนเดียว ข้อดี-ข้อเสียที่คู่รักต้องรู้ 03.jpg

ข้อดีและข้อเสียในการกู้ร่วมซื้อบ้าน

การตัดสินใจกู้ร่วมซื้อบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ และยาวนาน จะส่งผลต่อความสัมพันธ์และฐานะการเงินของทั้งสองฝ่าย การทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียจะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

ข้อดีในการกู้ร่วม

  • เพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ เนื่องจากมีผู้ร่วมรับภาระหนี้
  • สามารถขอวงเงินกู้ได้มากขึ้นเมื่อรวมรายได้ของทั้งสองฝ่าย
  • ช่วยกระจายความเสี่ยงในการผ่อนชำระให้กับทั้งสองฝ่าย
  • สามารถเลือกระยะเวลาผ่อนชำระได้ยาวนานขึ้น ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนต่ำลง
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาของสถาบันการเงิน
  • สามารถแบ่งภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้าน เช่น เงินดาวน์ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

ข้อเสียในการกู้ร่วม

  • ทั้งสองฝ่ายมีภาระผูกพันทางกฎหมายร่วมกันตลอดระยะเวลาสินเชื่อ
  • หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดนัดชำระ จะส่งผลกระทบต่อประวัติเครดิตของทั้งคู่
  • การตัดสินใจเกี่ยวกับทรัพย์สินต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย
  • หากมีปัญหาความสัมพันธ์ เช่นหย่าร้าง การแก้ไขปัญหาจะซับซ้อนกว่าการกู้คนเดียว
  • ต้องแบ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ไม่สามารถครอบครองแต่เพียงผู้เดียวได้
  • อาจมีข้อจำกัดในการขายหรือโอนทรัพย์สินในอนาคต

เอกสารจำเป็นสำหรับการยื่นกู้บ้านร่วมกับแฟน

เอกสารจำเป็นสำหรับการกู้บ้านร่วมกับแฟนหรือกู้ร่วมซื้อคอนโด มีด้วยกันดังนี้

เอกสารข้อมูลส่วนตัว

  • บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาใบเปลี่ยนแปลงชื่อ – สกุล (หากมี)
  • เอกสารหลักประกัน (ตามที่สถาบันทางการเงินกำหนด)

เอกสารยืนยันสถานะคู่สมรส

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้กู้ร่วม (แฟน / คู่สมรส)
  • สำเนาใบเปลี่ยนแปลงชื่อ – สกุล (หากมี)
  • สำเนาทะเบียนสมรส
  • หนังสือรับรองบุตร

เอกสารแสดงรายได้

กรณีอาชีพประจำ

  • หนังสือรับรองเงินเดือน / หนังสือรับรองสิทธิสวัสดิการ
  • สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานการรับเงินเดือน ย้อนหลัง 3 เดือน
  • Statement เงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน
  • หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่นๆ (พร้อมฉบับจริง)

กรณีอาชีพอิสระ

  • Statement เงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน
  • หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่นๆ (พร้อมฉบับจริง)
  • สำเนาทะเบียนการค้า / ทะเบียนพาณิชย์ / ทะเบียนบริษัท / ทะเบียนนิติบุคคล
  • หลักฐานการเสียภาษีเงินได้
  • ภาพถ่ายกิจการ 3 – 4 ใบ
  • สำเนาใบประกอบวิชาชีพ
  • สำเนาใบเสร็จรับเงินค่าสั่งซื้อสินค้า
  • หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่นๆ (พร้อมตัวจริง)

กู้ซื้อบ้าน กู้ร่วม vs กู้คนเดียว ข้อดี-ข้อเสียที่คู่รักต้องรู้ 01.jpg
ทางออก เมื่อ "กู้ร่วมกับแฟน" แล้วเลิกกัน 
ในขณะที่ยังผ่อนบ้าน/คอนโดไม่หมด ควรทำอย่างไร?

  1. ไม่ได้จดทะเบียนสมรส (ถอนชื่อ)
    ตกลงกันว่าใครจะเป็นเจ้าของ แล้วยื่นเรื่องขอ "ถอนชื่อผู้กู้ร่วม" ออก หากคนกู้ต่อรายได้ไม่พอ อาจต้องหาญาติมากู้ร่วมแทน ส่วนเงินที่เคยผ่อนร่วมกันต้องตกลงแบ่งคืนกันเอง

  2. จดทะเบียนสมรส (หย่าแล้วกู้ใหม่)
    ต้องจดทะเบียนหย่าให้เรียบร้อย แล้วนำใบหย่าพร้อมสัญญาจะซื้อจะขายไปยื่นกู้ใหม่ เพื่อซื้อส่วนของอีกฝ่าย (Buyout) ให้เหลือชื่อเราคนเดียว

  3. รีไฟแนนซ์ (ย้ายแบงก์)
    หากธนาคารเดิมไม่อนุมัติให้ถอนชื่อ (เพราะรายได้ไม่พอ) ให้ "รีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่" โดยยื่นกู้ในชื่อคนเดียว เพื่อให้แบงก์ใหม่ประเมินเครดิตอีกครั้ง

  4. ประกาศขาย (จบปัญหา)
    หากไม่มีใครอยากได้บ้าน หรือผ่อนต่อคนเดียวไม่ไหว ทางออกที่ดีที่สุดคือ "ขายบ้าน" นำเงินไปปิดหนี้ธนาคาร เหลือเท่าไหร่ค่อยนำมาแบ่งกัน

สรุป! เลือกแบบไหนดีที่สุด?
✅ เลือกกู้ร่วม

เมื่อต้องการวงเงินสูงขึ้น เพื่อซื้อ บ้าน/คอนโด ในฝัน และคุณต้องมั่นใจในความสัมพันธ์ระยะยาว หรือต้องการช่วยกันสร้างครอบครัว

✅ เลือกกู้คนเดียว

เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรายได้สูงพอ หรือต้องการเก็บเครดิตของอีกฝ่ายไว้ใช้ในอนาคต เผื่อต้องกู้ซื้อรถยนต์ หรืออื่นๆ และต้องการความคล่องตัวในการจัดการทรัพย์สิน

หากมั่นใจ และพร้อมในการกู้บ้านแล้ว ก็จูงมือกันมาได้เลย ที่โครงการบ้าน และคอนโดฯ ศุภาลัยทั่วประเทศ www.supalai.com หรือโทร 1720

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ ยูเมะพลัส 

Date : 19 Jan 2026

  • เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ คุณต้องยอมรับคุกกี้
    เพื่อใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถตรวจสอบ นโยบายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • นโยบายว่าด้วยการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล